ประวัติศาสตร์ความเป็นมากว่าจะมาเป็นประเทศสิงคโปร์

ประเทศสิงคโปร์ จัดเป็นนครรัฐใหม่ของโลก อีกทั้งยังประเทศเป็นเกาะซึ่งมีขนาดเล็กที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดินแดนของประเทศเป็นรูป 4 เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีลักษณะเด่น คือมีความเป็นเมืองสูง อีกทั้งมีพืชพรรณดั้งเดิมอยู่เพียงเล็กน้อย เนื่องจากดินแดนของประเทศมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นดินให้กลายเป็นเมือง

หมู่เกาะแห่งนี้ ผู้คนเดินทางมาตั้งรกรากในคริสต์ศตวรรษที่ 2 จนกลายมาเป็นจักรวรรดิท้องถิ่น ส่วนการถือกำเนิดจนกลายมาเป็นสิงคโปร์สมัยใหม่นั้น ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1819 โดย Stamford Raffles สร้างให้เป็นแหล่งการค้าของบริษัทอินเดียตะวันออก ต่อมาประเทศสิงคโปร์ได้กลายมาเป็นหนึ่งในนิคมช่องแคบแห่งอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1826 หลังจากที่ถูกญี่ปุ่นยึดครองในสงครามโลกครั้งที่ 2  สิงคโปร์ก็ได้รับเอกราชจากอังกฤษปี ค.ศ. 1963 พร้อมข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับอดีตดินแดนของอังกฤษ เพื่อก่อตั้งประเทศมาเลเซียขึ้นมา แต่กลับโดนขับไล่ออกมาในอีก 2 ปีถัดมา จากการผ่านพระราชบัญญัติโดยเอกฉันท์ และนับตั้งแต่บัดนั้น ประเทศสิงคโปร์ก็ได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วอย่างตกใจ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น 1 ใน 4 เสือแห่งเอเชีย

หากพูดถึงประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์มีการเปลี่ยนมือมามากมาย ก่อนศตวรรษที่ 14 ไม่ได้มีการบันทึกไว้อย่างชัดเจนเท่าไหร่ แต่ช่วงศตวรรษที่ 14 มีหลักฐานปรากฏว่าสิงคโปร์ ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของมัชฌาปาหิต แต่ต่อมาก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ในต้นศตวรรษที่ 15 ซึ่งมาอยู่ภายใต้การยึดครองแห่งอาณาจักรสยาม จนถูกมะละกามาแย่งไป และหลังจากนั้นพอโปรตุเกสเข้ายึดครองมะละกาได้สำเร็จ ส่งผลให้สิงคโปร์กลายเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกสปี ค.ศ. 1498 และถูกเปลี่ยนมืออีกครั้ง เมื่ออยู่ภายใต้อิทธิพลของฮอลันดาในศตวรรษที่ 17

ในอดีตสิงคโปร์ ใช้เป็นพื้นที่พักสินค้าจากพ่อค้าทั่วโลก มีกษัตริย์เป็นผู้ปกครองปกครอง พอถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ได้มีเจ้าผู้ครองนครปาเล็มซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางโดยเรือ แต่แล้วเรือกลับอับปางลง พระองค์พยายามว่ายน้ำขึ้นฝั่ง แล้วบังเอิญไปเห็นสัตว์ชนิดหนึ่ง พระองค์จึงถามผู้ติดตามว่า สัตว์ตัวนั้นคืออะไร ผู้ติดตามก็ตอบว่ามันคือ สิงโต พระเจ้าค่ะทำให้พระองค์ได้เปลี่ยนชื่อเดิม ซึ่งเคยเรียกว่าเทมาเส็ก ให้กลายเป็น และภายหลังสิงหปุระก็ได้ตกเป็นของมะละกา

ปัจจุบัน ประเทศสิงคโปร์ จัดเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแห่งสำคัญของโลกประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 และเป็น 1 ใน 5 ท่าซึ่งวุ่นวายที่สุด มีเศรษฐกิจอันเต็มไปด้วยความหลากหลาย โดยพึ่งพาการค้าเป็นหลัก โดยเฉพาะการผลิตสินค้า โดยคิดเป็น 30% ของ GDP ของสิงคโปร์ในปี ค.ศ.2013 ในเรื่องของความเท่าเทียมกัน ในอำนาจการซื้อ